มีก้อนที่ข้อเท้า ปวดจี๊ดตอนกลางคืน จนตื่นมาน้ำตาไหล! ระวัง "เนื้องอกเส้นประสาท" ที่คุณอาจเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ถุงน้ำ
มีก้อนที่ข้อเท้า ปวดจี๊ดตอนกลางคืน จนตื่นมาน้ำตาไหล! ระวัง "เนื้องอกเส้นประสาท" ที่คุณอาจเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ถุงน้ำ
"หมอคะ ช่วยหนูด้วย หนูไม่ได้นอนเต็มตื่นมาเป็นเดือนแล้วค่ะ ที่ข้อเท้าหนูมีก้อนเล็กๆ อยู่ก้อนหนึ่ง ตอนกลางวันเดินเหินก็ปกติดี แต่พอตกดึกทีไร มันปวดลึกๆ ปวดเหมือนไฟช็อตจนสะดุ้งตื่น บางทีปวดจนร้องไห้เลยค่ะ หนูไปหาหมอแถวบ้านเขาบอกว่าเป็นถุงน้ำ ให้ยาแก้ปวดมากินก็ไม่หาย หนูเป็นมะเร็งกระดูกหรือเปล่าคะ?"
คนไข้หญิงวัยทำงาน นั่งเล่าอาการให้หมอฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าอิดโรยจากการอดนอนมาหลายคืน เธอชี้ให้ดูที่ข้อเท้าด้านใน มีก้อนนูนๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ กดแล้วเธอก็สะดุ้งโหยง ร้อง "โอ๊ย!" ทันที พร้อมบอกว่ามีความรู้สึกเหมือนไฟวิ่งลงไปที่ฝ่าเท้า
หมอยิ้มให้กำลังใจแล้วบอกว่า "ใจเย็นๆ นะครับ อาการปวดกลางคืนแบบนี้ ฟังดูน่ากลัว แต่จากที่หมอตรวจดูเบื้องต้น มันไม่ใช่ถุงน้ำธรรมดา และโอกาสเป็นมะเร็งก็น้อยมากๆ ครับ แต่มันน่าจะเป็นโรคที่ชื่อว่า 'ชวานโนมา' (Schwannoma) หรือ เนื้องอกของปลอกหุ้มเส้นประสาท ครับ"
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อโรคนี้ แต่เชื่อไหมครับว่า มันเป็นสาเหตุของ "อาการปวดปริศนา" ที่ทำให้คนไข้หลายคนทนทรมานฟรีๆ เพราะวินิจฉัยผิดว่าเป็นแค่ก้อนซีสต์หรือเอ็นอักเสบ
วันนี้หมอเก่งจะพาทุกคนมารู้จักเจ้าก้อนเนื้องอกตัวนี้ ว่าทำไมมันถึงชอบมาปวดตอนกลางคืน และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไรครับ
รู้จัก "ชวานโนมา" (Schwannoma) : เมื่อฉนวนสายไฟกลายเป็นก้อน
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้จินตนาการว่าเส้นประสาทของเราเหมือน "สายไฟ" ครับ สายไฟนี้จะมีฉนวนหุ้มอยู่รอบๆ เพื่อป้องกันไฟรั่ว ซึ่งฉนวนนี้สร้างจากเซลล์ที่ชื่อว่า "ชวาน" (Schwann cells)
ทีนี้ อยู่ดีๆ เจ้าเซลล์ชวานตรงจุดใดจุดหนึ่ง มันเกิดขยันผิดปกติ แบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นมาจนกลายเป็นก้อนกลมๆ เกาะอยู่บนสายไฟ นั่นแหละครับคือ "ชวานโนมา"
ข่าวดีที่สุดคือ: เนื้องอกชนิดนี้ "กว่า 99% เป็นเนื้องอกธรรมดา (Benign)" ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ลุกลามไปที่อื่น และโตช้ามากๆ ครับ
ทำไมต้องปวดตอนกลางคืน? (Night Pain)
นี่คือลักษณะพิเศษที่เป็น "ลายเซ็น" ของเนื้องอกชนิดนี้เลยครับ
- ไม่มีสิ่งรบกวน: ตอนกลางวันเราเดิน ยืน ทำงาน สมองเราถูกเบี่ยงเบนความสนใจ แต่พอตกกลางคืนที่เงียบสงัด สัญญาณความเจ็บปวดจากเส้นประสาทจะถูกส่งไปที่สมองชัดเจนขึ้น
- การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและการไหลเวียนเลือด: ช่วงที่เรานอนหลับ อุณหภูมิร่างกายและการไหลเวียนเลือดจะเปลี่ยนไป ซึ่งเส้นประสาทที่มีก้อนเนื้องอกเกาะอยู่จะไวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้มาก ทำให้เกิดอาการปวดตุบๆ หรือปวดร้าวเหมือนไฟช็อตขึ้นมาเองโดยไม่ได้ขยับ
แยกให้ออก: "ถุงน้ำ" (Ganglion) vs "เนื้องอกเส้นประสาท" (Schwannoma)
ก้อนที่ข้อเท้าส่วนใหญ่ที่เราเจอมักจะเป็น "ถุงน้ำ" (Ganglion Cyst) แต่เราจะแยกมันออกจากเนื้องอกเส้นประสาทได้อย่างไร? ลองเช็กตามนี้ครับ
- ถุงน้ำ (Ganglion):
- ก้อนมักจะนิ่มๆ หรือหยุ่นๆ
- ขนาดเปลี่ยนแปลงได้ วันไหนเดินเยอะก้อนใหญ่ วันไหนพักก้อนยุบ
- อาการปวด: มักปวดเวลาใช้งาน เดินเยอะๆ ถึงจะปวด พักแล้วหาย
- การกด: กดแล้วเจ็บตื้อๆ เฉพาะที่ก้อน
- เนื้องอกเส้นประสาท (Schwannoma):
- ก้อนค่อนข้างแข็งกว่า และขนาดคงที่ (ค่อยๆ โตช้าๆ เป็นปี)
- Tinel's Sign: ลองเอานิ้วเคาะเบาๆ ที่ก้อน จะรู้สึก "ไฟช็อต" วิ่งไปที่ปลายเท้าหรือนิ้วเท้า (เหมือนเวลาศอกกระแทกโต๊ะ)
- การขยับก้อน: ก้อนจะขยับได้ในทิศทาง "ซ้าย-ขวา" (ขวางแนวเส้นประสาท) แต่จะขยับ "ขึ้น-ลง" ตามความยาวขาไม่ได้ เพราะมันยึดติดกับเส้นประสาท
- อาการปวด: ปวดจี๊ดๆ ปวดร้าว และ "ปวดมากตอนกลางคืน" จนตื่นนอน
การตรวจวินิจฉัย: อย่าเพิ่งรีบเจาะ!
ถ้าสงสัยว่าเป็นเนื้องอกเส้นประสาท หมอ "ไม่แนะนำให้เอาเข็มเจาะดูด" (Aspiration) แบบถุงน้ำนะครับ เพราะถ้าจิ้มไปโดนเส้นประสาทเข้า คนไข้จะปวดสะดุ้งสุดตัว และอาจทำให้เส้นประสาทบาดเจ็บได้
วิธีตรวจที่ถูกต้องคือ: 1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): จะเห็นลักษณะก้อนเนื้อตัน (Solid mass) ที่มีเปลือกหุ้มชัดเจน และอาจเห็นว่าก้อนมันเชื่อมต่อกับเส้นประสาทหัว-ท้าย
2. เอ็มอาร์ไอ (MRI): นี่คือแผนที่นำทางที่ดีที่สุดครับ MRI จะบอกได้เลยว่าก้อนนี้กินลึกเข้าไปในเส้นประสาทมากแค่ไหน หรือแค่เกาะอยู่เ ป็นติ่ง ซึ่งช่วยให้หมอวางแผนผ่าตัดได้แม่นยำ ป้องกันไม่ให้ไปตัดโดนเส้นประสาทหลัก
แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดไหม?
1. ถ้าก้อนเล็ก ไม่ปวด ไม่รบกวนชีวิต สามารถ "เฝ้าดูอาการ" ได้ครับ เพราะมันโตช้ามากและไม่ใช่มะเร็ง
2. ถ้าปวดมาก โดยเฉพาะปวดกลางคืน หรือก้อนใหญ่ขึ้น "การผ่าตัด" คือวิธีรักษาเดียวที่จะทำให้หายขาดครับ
เทคนิคการผ่าตัดแบบจุลศัลยกรรม (Microsurgery) การผ่าตัดเนื้องอกชนิดนี้ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงมากครับ เปรียบเหมือนเราต้อง "ปอกเปลือกผลไม้ออก โดยไม่ให้โดนเนื้อใน"
หมอจะใช้แว่นขยายช่วยในการผ่าตัด เพื่อค่อยๆ เลาะก้อนเนื้องอกออกจากเส้นใยประสาท (Nerve fascicles) ทีละนิดๆ
- ก้อนเนื้องอก (Schwannoma) มักจะแค่ "เบียด" เส้นประสาทดี ไม่ได้กินเนื้อเส้นประสาท
- ถ้าเลาะออกได้หมด อาการปวดจะหายเป็นปลิดทิ้ง และเส้นประสาทหลักยังทำงานได้ปกติ ไม่ชา ไม่ขาอ่อนแรง
หลังผ่าตัดเป็นอย่างไร?
- อาการปวดกลางคืน: มักจะหายไปทันทีในคืนแรกหลังผ่าตัด คนไข้ส่วนใหญ่บอกหมอว่า "เพิ่งได้นอนหลับเต็มตื่นครั้งแรกในรอบปี"
- การเดิน: สามารถเดินลงน้ำหนักได้เกือบปกติ แผลหายภายใน 10-14 วัน
- โอกาสเป็นซ้ำ: น้อยมากๆ ครับ ถ้าผ่าตัดเลาะออกได้ทั้งก้อนพร้อมเปลือกหุ้ม
สรุปจากใจหมอ
ก้อนที่ข้อเท้า ไม่ได้มีแค่ถุงน้ำหรือกระดูกงอกเสมอไปครับ
หากคุณมีก้อนที่ข้อเท้า แล้วมีอาการ "ปวดเหมือนไฟช็อต" หรือ "ปวดรุนแรงตอนกลางคืน" อย่าทนทรมานและอย่าไปนวดเค้นที่ก้อนนะครับ เพราะอาจไปกระตุ้นให้เส้นประสาทอักเสบหนักกว่าเดิม
ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็น "เนื้องอกเส้นประสาท" ซึ่งแม้ชื่อจะน่ากลัว แต่รักษาให้หายขาดได้และไม่ใช่มะเร็งร้าย
การมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจให้รู้ชัด จะช่วยคืน "ค่ำคืนแห่งการนอนหลับ" และความสุขในการเดินของคุณกลับมาได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#ก้อนที่ข้อเท้า #ปวดข้อเท้าตอนกลางคืน #เนื้องอกเส้นประสาท #Schwannoma #ปวดไฟช็อต #ชวานโนมา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ถุงน้ำข้อเท้า #ผ่าตัดก้อนเนื้อ #โรคกระดูกและข้อ


Comments
Post a Comment